ประโยชน์ของการทานอาหารทะเลและสารอาหารที่จะได้รับ

สารอาหารที่มีอยู่ในปลาทะเลที่ช่วยลดการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดคือกรดอีโคซาเปนทีโนอิก หรือ อี พี เอ และกรดโดโคซาเฮกซิโนอิกหรือดี เอช เอ ซึ่งเป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน เมื่อร่างกายได้รับกรดไขมันทั้งสองตัวนี้จะช่วยลดการจับตัวของเกล็ดเลือดที่ก่อให้เกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัว ลดการอักเสบ และสร้างสารที่มีส่วนช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ร่วมกันกับการลดระดับของไขมันประเภทไตรกลีเซอไรด์ที่เป็นตัวเร่งให้เกิดภาวะเลือดจับตัวกันเป็นลิ่มและอุดตันหลอดเลือดจากการศึกษายังพบถึงประโยชน์อื่นๆ ของการรับประทานทะเล ได้แก่ ลดความดันโลหิตในคนที่ความดันโลหิตสูงโดยออกฤทธิ์ให้หลอดเลือดแดงคลายตัว ลดการอักเสบในผู้ที่มีปัญหาของโรคข้ออักเสบ หรือรูมาตอยด์ ลดการเกิดโรคซึมเศร้า ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ และสารดีเอชเอเป็นสารที่จำเป็นต่อสมองช่วนให้การทำงานของสมองและระบบประสาทมีประสิทธิภาพช่วยเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้ และช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อมหรือโรคอัลไซเมอร์

ปลาทะเลที่เป็นแหล่งของสารอาหารและกรดไขมันที่ดี ได้แก่ปลาทู ปลาแซลมอน ปลาโอ ปลาเทร้า ปลาอินทรีย์ ปลาทูน่า ปลาฮาลิบัท ปลากะพง ปลาดุกทะเล ปลาคอด สมาคมโรคหัวใจแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา แนะนำให้กินปลาและอาหารทะเลอย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ในปริมาณครั้งละ 3-4 ช้อนกินข้าว และควรปรุงประกอบอาหารด้วยวิธีการย่าง อบ หรือต้ม เน้นการเลือกประเภทของปลาให้มีความหลากหลายและมาจากหลายแหล่งที่มาแม้ว่าปลาทะเลจะมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่างแต่พบว่าปลาทะเลไม่ใช่จะมีแต่ข้อดีเท่านั้นเนื่องมาจากสิ่งแวดล้อมที่ปลาอาศัยอยู่จะมีผลต่อคุณภาพของเนื้อปลาเช่นกัน ดังนั้นจึงควรรู้ข้อควรระวังของการรับประทานปลาทะเล ซึ่งได้แก่ การมีโลหะหนักปนเปื้อนอันเนื่องมาจากของเสียทั้งจากโรงงานอุตสาหกรรม ครัวเรือน เรือเดินสมุทรที่มีการปล่อยของเสียเหล่านี้ลงสู่ทะเล สารพิษหลักที่พบในปลาทะเลคือเมทิวเมอร์คิวรีซึ่งเป็นสารพิษกลุ่มปรอท มีผลทำให้เกิดการ สะสมในร่างกายและลดหรือทำลายประสิทธิภาพการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ เช่น ทำให้ไตเสื่อม ลดประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย สมองเสื่อม ความสามารถทางด้านสติปัญญาลดลง

Posted in อินเตอร์เน็ต | Tagged | Comments Off on ประโยชน์ของการทานอาหารทะเลและสารอาหารที่จะได้รับ

ข้อดีและข้อควรรู้ของการกินปลาทะเล อาหารทะเลเปี่ยมคุณค่ามากมาย

ในปัจจุบันนี้มีผู้ให้ความสนใจอย่างมากต่อปลาทะเล เพราะจากข้อมูลทางการศึกษาที่ค้นพบถึงประโยชน์อย่างมากต่อร่างกาย มีการบริโภคอาหารจากปลาทะเลและสัตว์ทะเล แต่กลับมีอัตราการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดต่ำมาก ในทางตรงข้ามโรคดังกล่าวกลับมีสถิติสูงมากในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น หลายรัฐในประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ ประเทศเยอรมันนี รวมทั้งประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทยด้วย จึงทำให้นักวิจัยเกิดความสนใจและค้นหาคำตอบกันอย่างมาก จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่าปลาทะเลเป็นแหล่งอาหารที่ดีของโปรตีนและมีคุณค่าทางโภชนาการเนื่องจากมีกรดไขมันที่จำเป็น มีไขมันประเภทอิ่มตัวต่ำ และมีสารอาหารอื่นๆ อีก เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินดี วิตามินบี 12 วิตามินเอ เป็นต้น

สารอาหารที่มีอยู่ในปลาทะเลนั้น ช่วยลดการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดคือกรดอีโคซาเปนทีโนอิก หรือ อี พี เอ และกรดโดโคซาเฮกซิโนอิกหรือดี เอช เอ ซึ่งเป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน เมื่อร่างกายได้รับกรดไขมันทั้งสองตัวนี้ จะช่วยลดการจับตัวของเกล็ดเลือดที่ก่อให้เกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัว ลดการอักเสบ และสร้างสารที่มีส่วนช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ร่วมถึงลดระดับของไขมันประเภทไตรกลีเซอไรด์ที่เป็นตัวเร่งให้เกิดภาวะเลือดจับตัวกันเป็นลิ่มและอุดตันหลอดเลือด

จากการศึกษายังพบถึงประโยชน์อื่นๆ ของการรับประทานปลาทะเลว่า ลดความดันโลหิตในคนที่ความดันโลหิตสูง โดยออกฤทธิให้หลอดเลือดแดงคลายตัว ลดการอักเสบในผู้ที่มีปัญหาของโรคข้ออักเสบหรือรูมาตอยด์ ลดการเกิดโรคซึมเศร้า ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ ทั้งยังมีสารดีเอชเอ ซึ่งเป็นสารสำคัญต่อสมอง ช่วยให้การทำงานของสมอง และระบบประสาทมีประสิทธิภาพ จึงเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้ และช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อม หรือโรคอัลไซเมอร์ได้ ปลาทะเลที่เป็นแหล่งของสารอาหารและกรดไขมันที่ดี ได้แก่ ปลาทู ปลาแซลมอน ปลาโอ ปลาเทร้า ปลาอินทรีย์ ปลาทูน่า ปลาฮาลิบัท ปลากะพง ปลาดุกทะเล ปลาคอด

จะเห็นได้ว่าปลาทะเล มีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพและก็มีข้อที่ควรระวัง ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยเมื่อรับประทานเปลาทะเล ควรผ่านความร้อนด้วยอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียส นาน 5 นาที หรือหากชอบรับประทานปลาดิบก็ควรรับประทานในปริมาณที่ไม่มากนัก ไม่รับประทานเป็นประจำและหลีกเลี่ยงปลาที่อาจมีสารปนเปื้อนสูง ควรเลือกรับประทานปลาทะเลให้หลากหลายในปริมาณที่พอดีร่วมกันกับรับประทานอาหารกลุ่มผักและผลไม้เป็นประจำรวมถึงออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็จะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง

Posted in อินเตอร์เน็ต | Tagged , | Comments Off on ข้อดีและข้อควรรู้ของการกินปลาทะเล อาหารทะเลเปี่ยมคุณค่ามากมาย

หลากหลายคุณค่าของอาหารทะเลเพื่อการบริโภค

อาหารทะเล หรือ ซีฟู้ด

เป็นอาหารจำพวกกุ้ง ปู ปลา หอย นำมาลวก นึ่ง ปิ้ง ย่าง ฯลฯ ปัจจุบันมีการเปิดร้านขายอยู่ทั่วไป มีทั้งเหล่า ร้านใหญ่ ร้านกลาง ร้านเล็ก หรือแม้แต่ร้านรถเข็นก็ทำได้ขายได้ อย่างไรก็ดี การจะประสบความสำเร็จได้นั้น จะร้านแบบไหนก็ล้วนต้องมีหลักการทำธุรกิจ-หลักการทำอาชีพที่เหมาะสม การปรุงอาหารทะเลนั้นโดยส่วนใหญ่แล้วต้องนำวัตถุดิบมาล้างให้สะอาดก่อน พักไว้สะเด็ดน้ำ ถ้าต้องการเผา ปิ้ง ย่าง ควรใช้เตาถ่านที่ให้ความร้อนกำลังดีและร้อนเสมอทั่วกัน โดยต้องหมั่นพลิกกลับไปกลับมา ให้แค่พอสุก พอมีกลิ่นหอม ก็เป็นอันใช้ได้ ส่วนการลวก เช่น หอยแครงลวก การลวกต้องลวกในน้ำเดือด ลวกแค่พอสุกแล้วนำขึ้นมาจุ่มในน้ำเย็น จากนั้นเทใส่ภาชนะ ก็เป็นอันใช้ได้ พร้อมจัดเสิร์ฟให้กับลูกค้า

อาหารทะเลนอกจากจะเป็นโปรตีนชั้นดีแล้ว ยังมีความพิเศษตรงที่มีแร่ธาตุสำคัญอย่าง ไอโอดีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก รวมถึงวิตามินบี 1 ,บี 2 และบี 6 อีกด้วย ในอาหารทะเลมีไอโอดีนอยู่ถึง 54 ไมโครกรัมต่ออาหารที่กินได้ 100 กรัม ซีฟู้ดจึงเป็นแหล่งไอโอดีนที่สำคัญของทุกๆ คน แม้ว่าปริมาณแร่ธาตุที่ชื่อว่าไอโอดีนที่ร่างกายต้องการจะน้อยมาก แต่ถ้าเกิดขาดได้ไม่เพียงพอขึ้นมา ก็จะทำให้เกิดปัญหากับสุขภาพได้อย่างมากเลยทีเดียว ไม่ว่าจะทำให้เกิดโรคคอพอก สมองทำงานไม่ปกติ มีพัฒนาการและเรียนรู้ช้า หรือที่เรียกว่า “โรคเอ๋อ” และถ้าขณะอุ้มท้องอยู่แม่ได้รับไอโอดีนน้อย

แม้ว่าอาหารทะเลเป็นอาหารที่มีคุณค่า แต่ก็มีพิษภัยเช่นเดียวกับอาหารชนิดอื่น ในแง่ของโลหะหนักนั้นก็คงต้องเลือกบริโภคสักหน่อย ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคหอย เพราะว่าเป็นแหล่งสะสมโลหะหนักหลายชนิด โดยสารพิษเหล่านี้จะไปสะสมที่ระบบย่อยอาหาร ซึ่งเป็นส่วนที่คนกินเข้าไปและไม่ควรบริโภคสัตว์ประเภทกันซ้ำซาก เพื่อลดการสะสมสารพิษ ในแง่ของขี้ปลาวาฬนั้นผู้บริโภคต้องหมั่นฟังข่าวคราวจากสื่อต่างๆ เช่น วิทยุ ว่ามีขี้ปลาวาฬเกิดขึ้นในช่วงใด บริเวณใด ก็ควรงดบริโภคอาหารทะเลในช่วงนั้น โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคมเป็นช่วงที่มีอุณหภูมิของน้ำทะเลเหมาะสม มีแพลงก์ตอนที่ทำให้หอยเป็นพิษมาก อาจแก้ไขได้โดยนำไปแช่ด่าง

การเลือกซื้อและการถนอมอาหารทะเล

– เลือกซื้ออาหารจากแหล่งที่รู้จักหรือมีชื่อเสียงดี
– ให้เลือกซื้อจากร้านที่อาหารแช่ในตู้เย็นหรือใส่น้ำแข็งแช่เย็น
– หลังจากซื้อแล้วรีบเก็บในตู้เย็นในที่เก็บเนื้อสัตว์
– เพื่อความสดของอาหารให้ใช้ให้หมดใน 3 วัน
– หากซื้ออาหารสดมีชีวิตให้ทิ้งกุ้ง ปูหรือหอยต่างๆเช่นหอยกาบ หอยแมลงภู่ที่ตาย อย่าเก็บในถุงเพราะสัตว์จะหายใจไม่ออก ให้เก็บสัตว์ไว้โดยคลุมด้วยผ้าเปียก เมื่อจะนำมาปรุงตัวที่ตายให้ทิ้ง
– เมื่อจะนำอาหารมาปรุงให้ละลายน้ำแข็งในตู้เย็นหรือให้น้ำเย็นไหลผ่าน ไม่ควรตั้งทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง
– การหมักอาหารทะเลให้หมักในตู้เย็น และน้ำหมักให้เททิ้ง
– อย่าให้อาหารทะเลที่ปรุงแล้วมาปนเปื้อนกับอาหารที่ยังไม่ได้ปรุง
– ผู้ที่ไม่แน่ใจสภาพภูมิคุ้มกันของตัวเองหรือมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอเช่นโรคตับ โรคไต โรคเอดส์ ให้รับประทานอาหารที่ปรุงสุกแล้วเท่านั้น
– อาหารสลัดควรเก็บในตู้เย็นก่อนที่เสริพให้รับประทาน

Posted in อินเตอร์เน็ต | Tagged , , | Comments Off on หลากหลายคุณค่าของอาหารทะเลเพื่อการบริโภค